วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Star Martial God Technique Chapter 3 Lin Hong

Star Martial God Technique Chapter 3 Lin Hong

นิยาย วิทยายุทธ์เทพการต่อสู้แห่งดวงดารา ตอนที่ 3 หลินหง


บทที่ หลินหง


“Teacher is coming back” An Xueyun suddenly shouts from beside.
"ครูฝึกกลับมาแล้ว" อัน ซุยหยุนตะโกนมาจากข้างๆทันทีทันใด.

Hearing An Xueyun words Liang Yu’s heart beats erratically for a second, he immediately looked towards the distant place and clearly saw the teacher walking towards them.
ด้วยการได้ยินคำพูดของอันซุยหยุน หัวใจของเหลียงเต้นไปมาอยู่หลายวินาที,เขาจ้องมองไปยังสถานที่ไกลออกไปทันทีและมองเห็นครูฝึกอย่างชัดเจนกำลังเดินมายังพวกเขา.


“It seems today you are quite lucky, later I will slowly teach you again” Liang Yu snorts coldly and turns around to leave.
"ดูเหมือนว่าวันนี้เจ้าจะค่อนข้างโชคดีนะ,หลังจากนี้ข้าจะค่อยๆสั่งสอนเจ้าอีกครั้ง"เหลียงหยู๋แค่นเสียงอย่างเย็นชาและหันกลับและจากไป

Ye Xinghe looked towards nearby An Xueyun, saw her smiling towards him, after giving her a graceful nod he carefully sit down in his place.
เย่ซิงเหอจ้องมองตรงไปที่ อันซูหยุนที่อยู่ใกล้ๆ,ด้วยเธอก็ยิ้มมาที่เขา,หลังจากที่หล่อนพยักหน้าให้อย่างเป็นมิตรเขาก็นั่งลงอยางระมัดระวังในที่ของตัวเอง

Ye Xinghe lowered his head while sitting, he couldn’t forget Liang Yu’s words, and they were buzzing in his head till now. The incident taught Ye Xinghe that without strength he can only be humiliated.
เย่ซิงเหอก้มหน้าของเขาลงขณะนั่ง,เขาไม่สามารถที่จะลืมคำพูดของเหลียงหยูได้เลย,และเสียงเหล่านั้นดังหึ่งๆอยู่ในหัวของเขาจนถึงตอนนี้.ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้สอนเย่ซิงเหอเกี่ยวกับการไร้ซึ่งความแข็งแกร่งเขาก็เป็นได้แค่เพียงตัวตลก.
He must become stronger, no matter what, for himself and for his clansmen.
เขาจะต้องกลายเป็นคนที่แข็งแกร่ง,ไม่ว่าอย่างใดก็ตาม,สำหรับตัวเขาเองและสำหรับคนของตระกูลเขาด้วย.

A moment later the teacher came back and swept everyone with his gaze, seeing bloodstain in ground as well as on Ye Xinghe’s mouth, he frowns slightly and asked with a sinking sound “What’s this all about?”
ชั่วระยะเวลาหลังจากนั้นครูฝึกได้กลับมาและกวาดสายตาไปยังทุกคนด้วยความงงงวย,ด้วยการมองคราบเลือดบนพื้นตลอดจนบนปากของเย่ซิงเหอ,เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามออกไปด้วยซุ่มเสียงที่จริงจัง"เกิดอะไรขึ้น?"

After hearing the words of teacher, Liang Yu’s eyes flickered noticeably, Heavenly Star academy is not like other places, it’s an institute of Great Zou Empire, which happens to put it in the same place as City Lord Mansion. It cannot be messed with. If teacher lets this issue go then its ok, however if he investigates seriously then there will be perhaps serious repercussion.
หลังจากได้ยินคำพูดของครูฝึก,สายตาของเหลียงหยู่ก็ส่องประกายอย่างจริงจังออกมา,สถาบันดาราสรรค์นั้นไม่ได้เหมือนกับสถานที่อื่นๆ,มันเป็นสถาบันศึกษาแห่งหนึ่งของอาณาจักรซูที่ยิ่งใหญ่,เป็นสถานที่เกิดขึ้นที่มีสถานะดังเช่นตำหนักจ้าวเมือง.ไม่สามารถที่จะมีใครมายุ่งเกี่ยวได้.ถ้าครูฝึกเป็นคนออกมาจัดการปัญหาดังกล่าวให้ถูกต้อง,อย่างไรก็ตามถ้าเขาตรวจสอบอย่างจริงจังดังนั้นแล้วจะมีบางอย่างที่ร้ายแรงเกิดขึ้นมาก.
Numerous students looked at Ye Xinghe with hopeful eyes, hoping he will help them kill Liang Yu’s malicious arrogance.
เหล่านักเรียนจำนวนมากจ้องมองไปที่เย่ซิงเหอด้วยสายตาที่คาดหวัง,เพื่อช่วยให้พวกเขานั้นจัดการกับความหยิ่งยโสอันโหดเหี้ยมของเหลียงหยู
“Replying to teacher, I just fell down” Ye Xinghe lowers his head to say.
"เรียนท่านครูฝึก,ข้าแค่เพียงหกล้ม" เย่ซิงเหอกล่าวด้วยเสียงโทนต่ำและก้มหน้า.

Hearing Ye Xinghe’s words many students showed disappointed expression.
ด้วยการได้ยินคำพูดของเย่ซิงเหอ นักเรียนหลายคนแสดงท่าทางไม่พอใจ.
“Spineless coward” a person next to Ye Xinghe taunts him quietly.
"ขี้ขลาด ใจเสาะ" ชายคนหนึ่งที่อยุ่ถัดไปเหน็บแนมเยซิงเหออย่างเงียบๆ

Ye Xinghe however was silent and did not speak.
ถึงกระนั้นเย่ซิงเหอก็เงียบและไม่พูดจาอะไร.
The young teacher hesitated a moment, he understood the situation roughly, however looking at Ye Xinghe distressed appearance he lightly sighed, he understand that in the cultivation world sometimes practitioner have to overcome difficulties on their own.
ครูฝึกหนุ่มลังเลอยุ่ชั่วขณะ,เขาค่อนข้างเข้าใจสถานการณ์,อย่างไรก็ตามด้วยการจ้องมองไปที่เย่ซิงเหอที่คับอกคับใจเขาก็ทอดถอนใจเบาๆ,เขาเข้าใจในโลกของวิทยายุทธ์ที่บางครั้งผู้ฝึกหัดจะต้องทำยอมรับผลลัพธ์ที่ยากลำบากด้วยตัวพวกเขาเอง.
“The exam will test your martial will and talent, all of you prepare” Teacher said.
"การทดสอบดังกล่าวนั้นจะทดสอบศิลปะการต่อสู้และพรสวรรค์ของพวกเจ้า,พวกเจ้าทุกคนเตรียมตัว" ครูฝึกกล่าว.

Liang Yu observing, that the teacher is not going to pursue this matter relaxed slowly. He calculates that Ye Xinghe knows his own limitation and what will happen to Azure Feather Family if he speaks.
เหลียงหยู่เฝ้าสังเกตุ,ครูฝึกนั้นไม่ได้ไล่เรียงเรื่องดังกล่าวทำให้เขาค่อยๆผ่อนคลาย.เขาคำนวณแล้วสิ่งที่เย่ซิงเหอนั้นทำเขารู้ถึงขีดจำกัดและสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตระกูลขนนกสีฟ้าถ้าเขานั้นพูดออกไป.


All students are calmly waiting for the test.
นักเรียนทุกคนล้วนแล้วแต่สงบนิ่งรอคอยการทดสอบ.

At this moment, Ye Xinghe’s emotions are hard to restrain, his head has started ringing. The blood of his whole body is rushing in his head, his mind is blank, he can’t hear any sound, in his heart there is only anger and hatred.
ในชั่วขณะนั้น,ความรู้สึกของเย่ซิงเหอนั้นยากที่จะควบคุม,ในหัวของเราเริ่มที่จะมีเสียงดัง.ด้วยโลหิตทั่วร่างกายของเขานั้นเริ่มไหลเข้ามาในหัวของเขา,สติของเขาขาวโพลน.เขาไม่สามารถได้ยินสิ่งรอบข้างได้,ในหัวใจของเขานั้นมีแค่เพียงความโกรธและความเกลียดชัง                  
Although he is sitting, but still hasn’t recovered, it’s as if in entire world only he is remaining and everything else is blurred.
แม้ว่าเขานั้นจะกำลังนั่ง,แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาลงได้,ราวกับว่าทั่วทั้งโลกนั้นมีแค่เขาเพียงคนเดียวและทุกๆอย่างนั้นเบลอไปหมด


The sunlight in his face is a very abnormal and dazzling, making him light headed.
ด้วยแสงตะวันสาดส่องที่ใบหน้าของเขาที่แสนจะไม่ธรรมดาและส่องประกาย,ทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งแสง
Suddenly there seems to be something influencing his innermost feelings, slowly he started to become calm and entered a tranquil state. When he regained his focus and opened his eyes he didn’t know where he was, everywhere was white light.
ทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่คุกคามความรู้สึกข้างในสุด,อย่างช้าๆเขาเริ่มที่จะกลายเป็นความเงียบและเข้าถึงภาวะนิ่งสงบ.เมื่อเข้าฟื้นคืนสติและเขาก็เปิดตาขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าเขานั้นอยู่ที่ไหน,ทุกบริเวณพื้นที่นั้นเป็นแสงสีขาวไปหมด.


“Where is this?” Ye Xinghe’s eyes are filled with wonder, he carefully watched the whole scenery in front of him, and it was like a fairyland.
"นี่คือที่ใหน?" สายตาของเย่ซิงเหอถูกเติมไปด้วยความสงสัย,เขาใคร่ครวญเฝ้ามองทุกๆเหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้าเขา,และดูเหมือนว่าจะเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์.
There is a lake in a forest, atmosphere is very peaceful, and moonlight is like white snow shining everything, when the shining moonlight touches the surfaces of lake it started glittering.
ที่มีทะเลสาบอยู่ในแมกไม้,บรรยากาศดูสงบเงียบ,และแสงจันทราดูเหมือนกับหิมะสีขาวที่สาดแสงไปทั่วทุกทิศ,เมื่อแสงจันทร์นั้นสัมผัสกับผิวของทะเลสาบแล้วก็เริ่มที่จะกลายเป็นแสงระยิบระยับ.

Ye Xinghe is confused, why would he see this type of picture, moreover everything is so real.
เย่ซิงเหอรู้สึกสับสน,ทำใมเขาถึงเห็นสิ่งดังกล่าวเป็นดั่งกับภาพวาด,มากไปกว่านี้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของจริง
He was attracted towards this peaceful world; unexpectedly he saw faint trace of luminous in the bottom of lake.
เขารู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับโลกที่สงบสุขแห่งนี้,ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะหน้ามืดเห็นร่องรอยของแสงแสงสว่างที่โชติช่วงภายใต้ทะเลสาบแห่งนี้.


He fully opened his eyes and leaned forward to clearly see catch another glimpse of this luminous.
เขาเปิดดวงตาของเขาให้เต็มทีและตรงไปเพื่อเรียนรู้ถึงสิ่งที่เขาเห็นให้ชัดเจนด้วยการจ้องมองไปที่แสงสว่างดังกล่าวอยู่ชั่วขณะ.


He saw that the luminous is getting near and near, from being just a wisp of spark, it became something dazzling.
เขามองเห็นแสงสว่างดังกล่าวนั้นค่อยๆใกล้เข้ามา,ใกล้เข้ามา,จนเห็นเป็นขนาดเพียงแค่กำมือ,ซึ่งมันกลายเป็นแสงสว่างที่โชติช่วง.
While he does feels the glare, but Ye Xinghe still wanted to understand, what it is that he is seeing.
ขณะที่เขารู้สึกถึงความสว่างจ้า,แต่เย่ซิงเหอก็ยังต้องการที่จะทำความเข้าใจ,ถึงสิ่งที่เขานั้นได้พบเจอ.

In that dazzlingly bright luminous an ancient tablet could be seen indistinctly, it’s not clear home many years have this tablet seen, in the surface of the tablet one can see some fine ancient writings. When Ye xinghe caught glimpse of that writing, it was as if suddenly a millennia of time has flown.
ในสิ่งเรืองแสงสดใสระยิบระยับของแผ่นจารึกโบราณสามารถมองเห็นได้อย่างเลือนราง,มันไม่ชัดเจนเหมือนเคยเห็นมาก่อนที่บ้านเกิดเมื่อหลายปีมาแล้ว,ที่ด้านหน้าของแผ่นจารึกสามารถมองเห็นตัวอักษรโบราณเขียนอยู่.เมื่อเย่ซิงเหอสัมผัสกับตัวอักษรเรืองแสงเหล่านั้น.มันราวกับว่ามันเกิดมาแล้วนับพันปี.

Then a Majestic ancient voice started in his head, which started Ye Xinghe’s head roaring.
จากนั้นเริ่มมีเสียงโบราณที่น่าเกรงขามดังขึ้นในหัวของเขา,ซึ่งทำให้หัวของเขาเริ่มคำรามออกมา.

“Dao of Inaction, Road of all source, Refine spirit and return to emptiness, To be aware of Universe, Soul Clarity!……”
"ญาณรอบรู้แห่งความนิ่งเฉย,ได้เปิดเส้นทางทั้งหมด,ได้ปรับแต่งจิตวิญญาณและกลับไปสู่ความว่างเปล่า,ด้วยการตระหนักถึงจักรวาล,ความเข็มข้นวิญญาณ!...."

When the ancient voice started saying, every character it said made Ye Xinghe’s head feel like exploding.
เมื่อเสียงคนโบราณเริ่มที่จะพูดคุย,ทุกๆคำพูดที่เขาได้กล่าวออกมานั้นทำให้หัวของเย่ซิงเหอรู้สึกราวกับว่ามันกำลังระเบิดออกมา.

A force with vigorous strength enters Ye Xinghe four limbs and hundred meridians.
พลังแห่งความแข็งแกร่งมีกำลังเข้าไปยังแขนขาทั้งสี่และเส้นปราณทั้งหนึ่งร้อยเส้น.


The luminous in ancient tablet is getting more and more bright, it looks like a giant fireball of white flame, an intense burning feeling started coming from Ye xinghe’s body, the white flame was like a general running amok inside his body.
ด้วยความสว่างของแผ่นจารึกโบราณที่เริ่มเรืองแสดงมากขึ้นและมากขึ้น,ดูราวกับว่าเป็นลูกเพลิงขนาดใหญ่ที่มีเปลวเพลิงสีขาว,รู้สึกราวกับว่ากำลังเผาไหม้อย่างรุ่นแรงเริ่มที่จะเข้ามาใกล้กับร่างกายของเย่ซิงเหอ,เปลวเพลิงสีขาวนั้นดูเหมือนจะคลุ้มคลั่งวิ่งอย่างปรกติเข้าไปยังร่างกายของเขา.

Ye Xinghe’s meridians were ready to burst apart.
เส้นปราณของเย่ซิงเหอพร้อมที่จะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ.
“Stop” while being burned by white flame, Ye Xinghe started growling.
"หยุด" ขณะที่กำลังถูกเผาไหม้โดยเพลิงสีขาว,เย่ซิงเหอเริ่มที่จะคร่ำครวญออกมา.

Just for an instant Ye Xinghe was completely burned, and nothing else was remaining.
ทันทีทันใดนั้น เย่ซิงเหอก็โดนเผาไหม้จนหมด,และไม่มีอะไรที่เหลืออยู่.


Ye Xinghe suddenly returned to his own body, he opened his eyes and started gasping for air. He is again sitting in the practice ground surrounded by students.
ทันใดนั่นเองเย่ซิงเหอก็กลับมายังร่างกายของเขา,เขาเปิดตาของเขาและเริ่มหายใจหอบเอาอากาศเข้า.เขาได้กลับมานั่งที่พื้นที่ฝึกหัดที่ล้อมรอบไปด้วยนักเรียนคนอื่นๆอีกครั้ง
The nearby students of Ye Xinghe, looked towards him with some surprise, what is this guy up to?
นักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ใกล้กับเข้าจ้องมองมายังเขาด้วยอากาศแปลกใจเล็กน้อย,ชายคนนี้เป็นอะไรไปอย่างนั้นรึ?
Ye Xinghe is lost, he takes a fast look around himself to confirm himself of his surroundings, what happened? What was that white light? Did he just had a dream? But it was so real, even the pain felt absolutely real.
เย่ซิงเหอกำลังสับสน,เขาได้มองไปรอบๆตัวเขาอย่างรวดเร็วเพื่อยืนยันสภาพแวดล้อมโดยรอบ,เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นรึ?แสดงสีขาวนั้นมันคืออะไรกัน? มันเป็นแค่เพียงความฝันอย่างนั้นรึ?แต่ดูเหมือนความจริงเป็นอย่างมาก,แม้แต่ความเจ็บปวดนั่นก็เป็นของจริง.

He tried to move his body, but there was no pain now. However he could vaguely feel an immense hot strength within his body.
เขาพยายามที่จะขยับร่างกาย,แต่ก็ไม่มีความเจ็บปวดแล้วตอนนี้.แต่ถึงกระนั้นเขาก็สามารถรู้สึกถึงความคลุมเครือถึงความแข็งแกร่งที่รุ่มร้อนอันมหึมาภายในร่างกายของเขาได้.

His breathing gradually returned to normal, he very much wanted to go and investigate his body, to know what has happened, but Ye Xinghe decided to hide this incident and to not speak about it with anyone. If he does share this knowledge with someone then they will surely say that he was being paranoid and crazy.
การหายใจของเขานั้นเริ่มที่จะกลับมาเป็นปรกติ,เขาต้องการเป็นอย่างมากที่จะทำการสำรวจร่างกายของเขา,ด้วยความใคร่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น,แต่ยิ่งกว่านั้นเย่ซิงเหอก็ได้ตัดสินใจที่จะเก็บเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไว้และจะไม่พูดเรื่องดังกล่าวนี้กับคนอื่นๆ.ถ้าเขานั้นทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นแล้วเช่นนั้นพวกคนอื่นๆนั้นจะต้องกล่าวออกมาอย่างแน่นอนว่าเขานั้นกำลังการเป็นพวกโรคจิตและบ้าคลั่ง

Also, he have just arrived to Heavenly star Academy, he doesn’t have any friend with whom he can share, and others will not take him seriously.
ด้วยอีกอย่าง,เขานั้นเพิ่งมาถึงสถานบันดาราสวรรค์,เขายังไม่ได้มีเพื่อคนอื่นๆที่สามารถที่จะบอกกล่าวความรู้สึกและคนอื่นๆนั้นไม่ต้องการที่จะพูดคุยกับเขาอย่างจริงจัง.
Ye Xinghe continued to sit quietly with everyone.
เย่ซิงเหอยังคงนั่งอยู่เงียบๆกับคนอื่นๆ.

Shortly after, the young teacher said “Ok it’s time for all of you to take test, everyone come with me.”
ไม่นานหลังจากนั้น,ครูฝึกหนุ่มก็กล่าวว่า "เอาล่ะ ถึงเวลาที่พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าทดสอบแล้ว,ทุกๆคนตามข้ามา."

All the kids became energetic and stood up, everyone lined up behind the teacher, and they started walking towards the distant testing building.
เด็กทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นและยืนขึ้น,ทุกๆคนเดินเป็นแถวตามหลังครูฝึกไป,และพวกเขาเริ่มที่จะเดินไปข้างหน้ายังสถานที่ทดสอบที่ไกลออกไป

Although the line is a bit disorderly at first, but soon everyone automatically separatedthemselves on basis of power, in front the young master of noble and powerful family can be seen walking, Liang Yu and An Xueyun were in forefront, after them were the city merchants son and other important kids, and at the very last could be found the commoner students and subordinate families young son.
แม้ว่าจะเป็นแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยในตอนแรก,แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกๆคนค่อยๆแยกออกจากกันอัตโนมัติเป็นกลุ่มๆตามหัวหน้ากลุ่ม,โดยที่อยู่ข้างหน้าอาจารย์หนุ่มนั้นจะเป็นนายน้อยซึ่งเป็นชนชั้นสูงและตระกูลที่มีอำนาจเดินอยู่ข้างหน้า,เหลียงหยู และ อันซุยหยุน ต่างก็ยืนอยู่ข้างหน้า,หลังจากพวกเขานั้นล้วนแล้วแต่มาจากเมืองการค้าและเป็นเด็กที่มีความสำคัญและอย่างสุดท้ายก็สามารถที่จะควบคุมเด็กคนอื่นและเป็นลูกหลานหนุ่มสามของตระกูลย่อยลงมา.

In Heavenly star academy every student was equal. However fully removing society distinctions were impossible.
ในสถาบันดาราสวรรค์นั้นเด็กๆทุกคนล้วนแล้วแต่มีสถานะเท่าเทียมกัน.แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถที่จะลบความแตกนั้นออกมาอย่างเป็นไปไม่ได้เลยเช่นกัน.


Ye Xinghe is walking silently in behind, in his side other youth was walking, this youth had a tall build, he was wearing same plain clothes as Ye Xinghe but he carried himself extremely gracefully. He had fair skin long hair and a lazy happy smile.
เย่ ซิงเหอเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ,ข้างๆเข้านั้นมีชายหนุ่มอีกคนที่เดินคู่มาด้วย,เด็กหนุ่มคนนี้มีร่างกายค่อนข้างสูง,เขาสวมเสื้อผ้าเข้าชุดธรรมดาๆเหมือนกับเย่ซิงเหอแต่เมื่อเขาสวมใส่แล้วดูสง่างามยิ่ง.เขาผิวพรรณที่ดีผมยามและเผยยิ้มที่เป็นมิตร.
“Are you alright? I heard you gasping for breath just now, thought that you have become ill.” The youth smiled while saying.
"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?ข้าได้ยินเสียงหายใจหอบๆของเจ้าเมื่อสักครู่นี้,คิดว่าเจ้าอาจจะกำลังไม่สบายอยู๋." ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้ขณะพูด.
“I am alright” Ye Xinghe shakes his head in negative.
"ข้าไม่เป็นอะไร"เย่ซิงเหอส่ายหัวปฏิเสธ.
“If you are alright, then good, later we will be classmates, we have to look after each other.” The youth brightly said while smiling.
"ถ้าเจ้าไม่เป็นไร,เช่นนั้นก็ดีแล้ว,หลังจากนี้พวกเราจะต้องเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน,พวกเราควรที่จะดูแลซึ่งกันและกัน."ชายหนุ่มกล่าวอย่างสดใสขณะที่เขากำลังยิ้ม.

Ye Xinghe couldn’t help but look at Lin Hong carefully, the boy was smiling as bright as sunshine, also he had an aura of warm spring breeze.
เย่ซิงเหออดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่หลิน หง อย่างรอบคอบ,เด็กหนุ่มคนนี้กำลังยิ้มราวกับแสงของดวงตะวัน,ซึ่งมีกลิ่นอายของลมหายใจของฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่น.

“You do not laugh at me?” Ye Xinghe clenched his fist; he still felt humiliation in his heart for earlier incident.
"เจ้าไม่หัวเราะข้าหรอกรึ?" เย่ซิงเหอกำหมัดของเขาแน่น,เขายังรู้สึกอัปยศอดสูในหัวใจกับเหตการณ์ก่อนหน้านี้.

“Laugh at you, why would I laugh at you?” Lin Hong doubtfully asked then he suddenly came to understand, and said with a smile “Why would I laugh at you, common man doesn’t have to care when he is angry, but we have to first think about our clansmen. If lady An had wanted me to kneel down to her, then what choice would I have. We of subordinate family members have no other alternative, although let me tell you, lady An is very kind hearted and would never make me kneel. As to act against the Main family! that we never dare to do. I am very happy to meet you; I am Lin Hong, from Anyang town.
"หัวเราะเยาะเจ้า,ทำไมข้าต้องหัวเราะเยาะเจ้าด้วยล่ะ?" หลินหงถามด้วยความตกตะลึงจากนั้นทันใดนั้นเข้าก็พอเข้าใจ,และกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ทำไมข้าต้องหัวเราะเยาะเจ้า,บุรุษทั่วไปนั้นจะไม่ใส่ใจในความโกรธ,แต่เขานั้นจะนึกถึงตระกูลของเขาเป็นอันดับแรก.ถ้าท่านหญิงอัน ต้องการให้ข้านั้นคุกเข่าให้กับเธอ,เช่นนั้นแล้วข้าก็จะต้องเลือกที่จะทำ.พวกเราเป็นแค่สมาชิกตระกูลชั้นผู้น้อยหาได้มีทางเลือกมากมายนัก,แม้ว่าข้าจะบอกกล่าวต่อเจ้า,ท่านหญิงอันนั้นเป็นคนที่มีเมตตาและไม่เคยที่จะบอกให้ข้าคุกเข่าให้.ขณะที่การกระทำที่ต่อต้านตระกูลหลักนั้น,ซึ่งพวกเราก็ไม่เคยที่จะทำ,ข้ายินดีมากที่จะเจอเจ้า,ข้าชื่อ หลินหง,มาจากเมืองอันหยาง."

“You do not fear that you will offend Liang Yu?” Ye Xinghe asked.
"เจ้าไม่กลัวที่เจ้าจะถูกเหลียนหยูจัดการรึ?" เย่ซิงเหอสอบถาม.
“I don’t have anything to fear, because my family is attached to Eternal Heaven Family and not to Dark Moon Family. Also I have young lade An to support me.” Lin Hong said with a smile.
"ข้าไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัว,เพราะว่าตระกูลของข้านั้นอยู่ภายในตระกูลสวรรค์นิรันดรและนั่นไม่ใช่ตระกูลจันทราทมิฬ.ด้วยเหมือนกัน ข้ามีท่านหญิงอัน ที่คอยช่วยเหลือด้วย"หลินหงกล่าวพร้อมกับยิ้ม.

Looking at the smiling sincere youth, Ye Xinghe couldn’t help but feel warm in heart. “Thanks”
ด้วยการจ้องมองไปที่รอยยิ้มที่จริงใจของชายหนุ่มคนนั้น,เย่ชิงเหออดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นหัวใจ "ขอบคุณ"

After feeling as great a shame as that, finding a person who could understand him, made him feel that he have found a friend.
หลังจากความรุ้สึกอับอายขายหน้าเช่นนั้นแล้ว,การที่จะค้นหาคนที่เข้าใจเข้าได้นั้น,จึงทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าได้เจอกับเพื่อนคนหนึ่ง.
Under teacher’s leaderships, the students soon entered a broad Main Hall. In the hall a stage had been built, ten individuals of 40-50 years were talking in low voices upon it. All of them were wearing simple clothes however no one can doubt their imposing aura.
ภายใต้การนำของครูฝึก,ในไม่ช้าเหล่านักเรียนก็ได้เข้ามายังห้องโถงหลักขนาดใหญ่.ภายในห้องโถงนั้นมีเวทีที่สร้างขึ้น,มีคนสิบคน อายุประมาณ 40-50 ปี กำลังคุยกันเสียงค่อยๆอยู่ในที่ดังกล่าว.พวกเขาทั้งหมดนั้นต่างสวมชุดธรรมดาๆแต่ถึงกระนั้นไม่มีใครเลยที่จะสงสัยในกลิ่นอายที่สง่างามน่าเกรงขามนั่น.

Below the stage was an open area, on which 30 tables had been arranged, on which strange apparatus could be find.
ข้างล่างเวทีนั้นเป็นพื้นที่เปิดกว้าง,ที่มีโต๊ะ 30 ชุดได้จัดเตรียมไว้,ซึ่งมีอุปกรณ์แปลกๆอยู่ที่นั่นด้วย.

The atmosphere was a little oppressive; all students did not dare to speak even in low voice, all of them understood that today this test will likely decide their destiny.

ด้วยบรรยากาศชวนให้น่าอึดอัดใจเล็กน้อย,นักเรียนทั้งหมดนั้นไม่กล้าที่จะพูดคุยกันแม้แต่กระซิบกระซาบเลยทีเดียว,ทุกคนนั้นเข้าใจว่าการทดสอบวันนี้นั้นเป็นเหมือนกับการตัดสินโชคชะตาของพวกเขาเลยทีเดียว


ที่มาจาก http://www.novelupdates.com/series/star-martial-god-technique/

#วิทยายุทธ์เทพแห่งการต่อสู้แห่งดวงดารา#Star Martial God Technique Light Novel#นิยายแปลไทย
Author(s)



8 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ

    Lin Hong น่าจะแปลว่า หลินหง มากว่านะครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. Hong นี่มันนามสกุลนำหน้าปมเลย 555 ฮ่อง แต่ถ้าเอาแบบจีนผมว่าน่าจะ ฮ่ง

      ลบ
  2. นี่สิน่ะที่มาของเรื่องลึกลับ มนุษย์ที่ลุกไหม้ได้

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณที่แปลให้อ่านครับ

    ตอบลบ