วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

Star Martial God Technique Chapter 131 Heavenly Dragon buried treasure

Star Martial God Technique Chapter 131 Heavenly Dragon buried treasure

นิยาย วิทยายุทธ์เทพการต่อสู้แห่งดวงดารา ตอนที่ 131 สมบัติมังกรสวรรค์ตกทอด


บทที่ 131 สมบัติมังกรสวรรค์ตกทอด



"ข้าเข้าใจความตั้งใจของเจ้า."เย่ซิงเหอเงียบไปชั่วขณะ.ก่อนที่จะกล่าวไปว่า,"ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว,ทำไมเจ้าไม่บอกออกมาเลยว่าเจ้าต้องการที่จะทำสิ่งใด?"


เหลียงหยูเผยยิ้มออกมา,เขาเข้ามาอยู่ด้านข้างของเย่ซิงเหอ,พลางกระซิบด้วยเสียงเบาๆไปที่หูของเย่ซิงเหอ.



เย่ซิงเหอขมวดคิ้วขยับไปมาครุ่นคิด,ชั่วระยะเวลาหลังจากนั้น,เขาจ้องมองไปยังเหลียงหยูก่อนที่จะกล่าวว่า,"ก็ได้,ทำตามที่เจ้าบอกได้เลย!"



"เยี่ยม,ขอบคุณพี่ชิงเหอที่ช่วยเหลือ,ข้าคงต้องขอลาก่อน!"เหลียงหยูจ้องมองเขาอย่างตื่นเต้น,พลางยกมือคารวะมาที่เขาก่อนที่จะจากไป.


"อืม."เย่ซิงเหอพยักหน้า.


เหลียงหยูกระโดดพร้อมกับเดินทางจากไป,บอกได้เลยว่าเรื่องดังกล่าวเขาไม่กล้าที่จะอยู่เนิ่นนาน,หลังจากที่ตระกูลขนนกสีฟ้านั้นมีคนของตระกูลจันทราทมิฬคอยจับตาอยู่,หากเหลียงเซี่ยงนั้นรู้ว่าเขาและเย่ซิงเหออยู่ด้วยกัน,หลังจากที่กลับไปที่ตระกูล,เขาอาจจะโดนสังหารก็เป็นได้.


เย่ซิงเหอจ้องมองไปยังเหลียงหยูที่กำลังจากไปด้วยท่าทีที่ลุ่มลึก,เหลียงหยูคนนี้,มีแผนการที่ล้ำลึกนัก,หากต้องคบค้ากับคนเช่นนี้จำต้องระมัดระวังให้ดี,ด้วยคนผู้นี้จะมองแต่ผลประโยชน์มาก่อน,เป็นได้ทั้งมิตรและเป็นได้ทั้งศัตรูในเวลาเดียวกัน.



เย่ซิงเหอได้กลับมายังตระกูลขนนกสีฟ้า.


"ซิงเหอ,เจ้า,หากว่าเจ้าจะก่อสงครามกับตระกูลจันทราทมิฬล่ะก็,เพราะว่าข้านั้นเป็นรองอาจารย์ใหญ่ของสถาบันดาราสวรรค์,ด้วยศักดิ์ฐานะการเป็นอาจารย์ของสถาบันแล้วข้าคงจะไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวพันธ์กับข้อขัดแย้งของเหล่าตระกูลขุนนางได้."รองอาจารย์ใหญ่ซูจ้องมองไปยังเย่ซิงเหอ,พร้อมกับกล่าวขอโทษกับเรื่องดังกล่าว,"ก่อนหน้านี้ที่ได้ไปช่วยเจ้าที่ตระกูลจันทราทมิฬ,มันก็ค่อนข้างล้ำเส้นของข้าไปแล้ว,หากว่าต้องมีคนตายจากฝีมือข้า,แน่นอนว่าชั่วชีวิตของข้า,ข้าคงไม่สามารถเป็นอาจารย์ได้,เจ้าคงจะไม่ตำหนิข้าหรอกนะ."


"ท่านอาจารย์,ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว,ก่อนหน้าที่ท่านช่วยเราที่ตระกูลจันทราทมิฬั้น,ก็มากพอแล้ว,ข้าเข้าใจว่าท่านเป็นห่วง,ข้าเองก็ไม่ต้องการที่จะให้ท่านเข้ามาเกี่ยวพันเลย."เย่ซิงเหอกล่าวออกมาด้วยความเคารพต่อรองอาจารย์ใหญ่ซูที่มีพระคุณกับเขาเป็นอย่างมาก,เขาเองก็ไม่ต้องที่จะให้รองอาจารย์ใหญ่ซูเป็นกังวล.


"อืม,ซิงเหอ,ข้าก็ต้องการเตือนเจ้าอย่างหนึ่ง,ไม่รู้ว่าเจ้าจะรับฟังมันรึไม่,เบื้องหลังของตระกูลจันทราทมิฬนั้น,ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถยุแหย่ได้,หากว่าเจ้ายังต้องการที่จะปกป้องตระกูลขนนกสีฟ้าล่ะก็,จงคิดใครครวญให้ดี."รองอาจารย์ใหญ่ซูกล่าวอย่างเป็นห่วงเป็นใย.


"ท่านอาจารย์,แม้ว่าข้าต้องการปกป้องตระกูลขนนกสีฟ้า,ทว่าก็ต้องมีคุณธรรมและยุติธรรมด้วย,การที่พวกเราจะต้องทำสงครามกับตระกูลจันทราทมิฬนั้น,เพราะพวกเขานั้นได้ล้ำเส้นดังกล่าว,ทุกคนต่างเดือดพล่านด้วยความขุ่นเคือง,ไม่มีใครที่จะสามารถทนความไม่ยุติธรรมได้,นี่จึงเพียงแค่การถามหาความยุติธรรมไม่ใช่รึ?"เย่ซิงเหอยักคิ้วขึ้น,ภายในดวงตาของเขานั้นมีแววตาที่อ่อนโยนและความหนักแน่นมั่นคง.


เรื่องดังกล่าวนี้ท่านลุงประมุขและบิดาของเขา,พวกเขาต่างก็ยอมรับ.


เพราะว่าพวกเขานั้นเกือบที่จะโดยทำลายล้างตระกูลโดยตระกูลจันทราทมิฬมาแล้ว,ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถที่จะเข้าใจ,ความเจ็บปวดของตระกูลอื่นๆที่ต้องประสบ,ก่อนหน้าที่ตระกูลขนนกสีฟ้าจะลุกขึ้นต่อต้านตระกูลจันทราทมิฬนั้น,ตระกูลใต้อาณัติทั้ง 15 ตระกูลต่างก็เข้าใจอยู่แล้ว,ตอนนี้บางคนในพวกเขาถูกสังหารจนเหลือไม่กี่ร้อยคนและบางตระกูลก็เหลือไม่กี่สิบคน,บางตระกูลนั้นไม่มีใครเหลืออยู่เลย,หากว่าเขานั้นไม่ช่วยตระกูลเหล่านี้ทวงความเป็นธรรม,แล้วจะหาใครได้อีกเล่า?


ถึงแม้ว่าตระกูลขนนกสีฟ้าจะต้องจบสิ้นไม่เหลือสักคนในครานี้,เรื่องดังกล่าวก็จำต้องทำ!


เหล่าคนผู้ประสบเหตุจะอดทนต่อสิ่งดั่งกล่าวได้อย่างไร,ด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับ,ด้วยเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับตระกูลขนนกสีฟ้า,เรื่องที่เกิดขึ้นกับอาของเขาตั้งแต่เมื่อคราเขายังเด็ก.ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันสะสมขึ้นทีละเล็กละน้อยจนมันยากที่จะอดกลั้นได้แล้ว.


"ข้าเข้าใจ."รองอาจารย์ใหญ่ซูพยักหน้า,เขาจ้องมองไปยังเย่ซิงเหออย่างลึกซึ้ง,"ข้านั้นภาคภูมิใจที่มีศิษย์เช่นเจ้า,สงครามในครั้งนี้ข้าคงทำได้แค่เป็นผู้สังเกตุการ,ถ้าหากว่าเจ้าไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือตระกูลจันทราทมิฬได้,ข้าก็จะเข้าช่วยเหลือเจ้าเอง."


"ท่านอาจารย์,เรื่องจัดการตระกูลจันทราทมิฬนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ,ทว่าหากอาจารย์ต้องการที่จะช่วยรบกวนอาจารย์ช่วยอีกเรื่องหนึ่ง."เย่ซิงเหอยกมือคารวะไปด้านหน้า.


"เรื่องอะไร,เจ้ากล่าวมาได้เลย."รองอาจารย์ใหญ่ซูกล่าว.


"ขณะพวกเราเดินทางไปจัดการตระกูลจันทราทมิฬนั้น,ข้าต้องการที่จะให้อาจารย์ปกป้องตระกูลของข้าด้วย."เย่ซิงเหอกล่าวออกมาด้วยเขาจำต้องนำกำลังออกไปเป็นจำนวนมาก,ดังนั้นเย่ซิงเหอจึงรู้สึกเป็นกังวลใจอย่างแน่นอน,ทว่าหากมีอาจารย์ใหญ่ซูอยู่ด้วยล่ะก็,ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก.


"อืม,เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าทีของข้า!"รองอาจารย์ใหญ่ซูพยักหน้า.



เป็นเรื่องประจำไปแล้ว,เย่ซิงเหอและเซี่ยหยุนหนิงยังคงบำเพ็ญผสานกาย,เพื่อเพิ่มพูนพลังอำนาจแห่งดวงดาราไม่หยุดยั้ง.


ภายใต้จิตสำนึกของเย่ซิงเหอเขารู้สึกราวกับว่าได้ยินเสียงดังออกมา,เป็นคาถาบางอย่างผ่านเข้ามาในจิตใจ,รวมตัวเป็นทักษะการต่อสู้บางอย่างขึ้นอย่างต่อเนื่อง.


ด้วยพลังอำนาจแห่งดวงดาราที่อยู่ภายในร่างกายนั้น,ได้ไหลเวียนไปรวมตัวกันขึ้นที่ฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงิน,จากนั้นก็เริ่มที่จะหมุนวนไปมาไม่หยุด,มันเริ่มที่จะเชื่อมต่อกับพลังหยินหยาง,ที่จุดศูนย์กลางของมันนั้นมีพลังอำนาจแห่งดวงดารารวมตัวอยู่.เป็นพลังอำนาจที่จะสามารถทำลายล้างได้ทุกๆสิ่ง,ด้วยพลังอำนาจดังกล่าวนั้นได้เกิดคลื่นกระแทกออกมาเป็นระลอกไม่หยุดหย่อน,เกิดเสียงเผาไหม้ดั่งสนั่นหวั่นไหวราวกับการเคลื่อนตัวของขุนเขา,เป็นการเคลื่อนของขุนเขาหลายลูกพร้อมกันเลยทีเดียว.

นี่มันคือทักษะการต่อสู้อะไรกัน?


ด้วยภาพที่บังเกิดขึ้นภายในจิตใจของเขานี้ทำให้เขานั้นเปลี่ยนเป็นตกตะลึง,เขารู้สึกราวกับว่าเปลวเพลิงนี้จะไม่สามารถนำเปลวเพลิงที่เขาเคยรู้จักมานั้นไปเปรียบเทียบกับมันได้เลย.


หลังจากที่เขานั้นเข้าใจลึกซึ้งในทักษะหมัดสังหารสวรรค์,เนตรทะลายสวรรค์,หมัดมังกรสวรรค์,และหมัดจิตวิญญาณสวรรค์,เย่ซิงเหอก็ได้รับทักษะกระบวนท่าที่ 5

ระเบิดดาราอมฤต!

เป็นการทำใช้วัตถุๆชิ้นหนึ่งกลายเป็นระเบิดทำลายล้าง,ทว่าด้วยพลังระเบิดของมันนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก.




ด้วยทักษะต่อสู้นี้เขาได้เรียนรู้มาจากเสียงที่ดังออกมาจากศิลาจาลึกโบราณที่ส่งมอบมาให้เขา.


เป็นทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก,มันสามารถที่จะเปลี่ยนให้ภูเขาลูกหนึ่งกลายเป็นทะเลพลังงานอันยิ่งใหญ่,ไม่เคยรู้เลยว่าเคยมีทักษะต่อสู้เช่นนี้ด้วย,เป็นเป็นทักษะที่ทรงพลังอย่างที่สุด.


เย่ซิงเหอค่อยๆเรียนรู้ทักษะต่อสู้ดังกล่าวอยู่ภายในใจอย่างไม่หยุดหย่อน.

ภายในถังน้ำตอนนี้เกิดไอน้ำเป็นสายพวกพุ่งขึ้นมาไม่หยุด,ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเย่ซิงเหอและเซี่ยหยุนหนิงกลายเป็นเมฆหมอกคละคลุ้งไปทั่วห้อง.


ในขณะเดียวกัน,บนต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่ห่างไกลจากห้องของเย่ซิงเหอมากนัก,มีร่างๆหนึ่งสวมชุดสีขาวยืนนิ่งอย่างสุขุม,จ้องมองมายังที่ดังกล่าวอย่างเงียบงัน,แม้ว่าที่บริเวณนั้นจะค่อนข้างมืด,หากแต่ก็สามารถรับรู้ถึงตัวตนที่เพรียวบางดั่งรูปปั้นที่บรรจงสลักนั่นได้.


หล่อนชำเลืองมองมายังเย่ซิงเหอด้วยท่าทางสุขุมลุ่มลึก.


"วิชาบำเพ็ญพลังผสานกาย,มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม,ไปถึงระดับ 7 ดินแดนสวรรค์แล้วสินะ,หากแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะสามารถตัดผ่านไปยังอีกระดับได้เมื่อไหร่."หลังจากที่หล่อนจ้องมองอยู่นานเหมือนกัน,จากนั้นหล่อนก็หายไปในทันที,ด้วยความเร็วที่เปรียบเหมือนภูติผี,แทบจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าเคยมีตัวตนของคนๆนี้อยู่ที่ตรงนั้น.


ตระกูลจันทราทมิฬ.


"เหลียงหยู,เจ้าบอกว่าที่ภูเขาอุดรทมิฬได้ค้นพบกับสมบัติมังกรสวรรค์ที่ถูกฝังไว้อย่างงั้นรึ?,นี่มันเป็นเรื่องจริงเท็จอย่างไร?"เหลียงเซี่ยงขมวดคิ้ว,กล่าวออกมาด้วยเสียงที่ขึงขัง.


"ข้าจะกล้าหลอกท่านประมุขได้อย่างไร.หลายร้อยปีมาแล้ว,เหล่าบรรพชนต่างก็ได้บอกกล่าวแล้วว่ามีสมบัติมังกรสวรรค์ที่ถูกฝังไว้อยู่ใกล้ๆกับนครบรรพชนสวรรค์,หากแต่ไม่มีใครรู้สถานที่ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน,แต่แล้วไม่คิดเลยว่าพวกเขากับพบว่าภูเขาอุดรทมิฬนั้นมีความเป็นไปได้ที่สุด,จนกระทั่งเร็วๆนี้หลังจากได้ให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ทำการสำรวจดู,ในที่สุดก็สามารถจะระบุได้ว่ามันอยู่ที่ภูเขาทมิฬทางทิศเหนือบริเวณที่เรียกว่าพยัคฆ์มังกร,สมบัติมังกรสวรรค์นั้นได้ถึงซ่อนเอาไว้ที่หุบเขาทมิฬทางทิศเหนือจริงๆ,ด้วยข่าวที่แพร่ออกมานี้,ได้มีเหล่าตระกูลใต้อาณัติเป็นจำนวนมากได้เร่งรีบบึ่งไปยังหุบเขาดังกล่าว,หากว่าพวกเราไม่รีบล่ะก็,ข้าก็หวั่นเกรงว่าสมบัติมังกรสวรรค์นั้นอาจจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นก็เป็นได้!"เหลียงหยูยกมือคารวะไปด้านหน้าขณะพูด.


เหลียงเซี่ยงขมวดคิ้วไปมา,ปรากฏท่าทางลังเลเล็กน้อย,"ด้วยสถานการณ์ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงสำคัญที่ต้องจัดการกับการต่อต้านของตระกูลขนนกสีฟ้า,หากพวกเราออกไปค้นหาสมบัติโบราณนั่น,หากว่าตระกูลจันทราทมิฬของพวกเราโดนลอบโจมตีล่ะ?"


อย่างไรก็ตาม,สมบัติมังกรสวรรค์ที่ตกทอดนั้น,ก็ดึงดูดใจเป็นอย่างมาก.

"ท่านประมุข,หากว่าพวกเราพบเข้ากับสมบัติมังกรสวรรค์ล่ะก็,แค่เพียงตระกูลขนนกสีฟ้านั้นจิ๊บจ้อยนัก,ไม่สิถึงแม้จะเป็นคฤหาสน์หัวหน้าองค์รักษ์ก็ตามที,พวกเราจะต้องหวั่นเกรงด้วยรึ?ด้วยความมั่งคั่งที่พวกเราจะได้รับจากมัน,พวกเราจะสามารถขยายกองกำลังเพิ่มขึ้นได้มากเท่าไหร่?พวกเราจะสามารถรับสมัครนักรบเพิ่มขึ้นได้อีกมากมายเท่าไหร่กันเล่า?เมื่อเวลานั้นมาถึง,จะมีใครที่จะสามารถคุกครามตระกูลจันทราทมิฬของพวกเราได้!"เหลียงหยูกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น.


เหลียงเซี่ยงจ้องมองไปยังร่างของเหลียงหยู,ภายในดวงตาของเขานั้นหรี่สายตาเล็กลง,เหลียงหยูนั้นเป็นเป็นทายาทสายตรงหาใช่ใครที่ใหน,เขาสามารถคาดเดาได้ว่าเหลียงหยูในตอนนี้คิดอะไร,ตำแหน่งประมุขในอนาคตจะต้องตกเป็นเขาแน่อยู่,ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างที่จะอุ่นใจไม่ระแวงในตัวของเหลียงหยูเลย.



เหลียงเซี่ยงกล่าวออกมาอย่างสุขุม,"เหลียงหยู,เจ้าคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไรรึ?"


ที่มาจากhttp://lnmtl.com/novel/star-martial-god-technique

#วิทยายุทธ์เทพแห่งการต่อสู้แห่งดวงดารา#Star Martial God Technique Light Novel#นิยายแปลไทย
Author(s)

https://www.facebook.com/shareebookandducumentfree/

27 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ นึกแล้วว่า แหล่งทักษะการต่อสู้ของวิชาดวงดารา มาจาก ศิลาจารึกโบราณจริงๆ เหมือนเป็นบุคคลที่ถูกเลือกให้เชื่อมต่อภายในจิตใต้สำนึก อ่านตำราให้ตายก้อไม่เก่งเท่าฝึกจากศิลาจารึก

    ตอบลบ
  2. ท่าที่5พระเอก บอลเกงกิสินะ
    เหลียงหยู เลวได้ใจจริงๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มันกำลังหลอกประมุขไปให้ชิงเห่อเชือด

      ลบ
    2. จะใช่หรอ ผมกลัวว่าเหลียงหยู จะหักหลังเยชิงเหอนะ

      ลบ
  3. ขอบคุณคร้าบบบบบ..ลุ้นๆเนื้อเรื่องต่อไปๆยาววววว^^

    ตอบลบ
  4. เหลียงหยู ร้ายกาจจ

    ตอบลบ
  5. ขอบพระคุนครับบบ

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณคับ รอความมันอยู่คับ

    ตอบลบ
  7. ดีจริงๆกลุ่มนี้นำเสนอเผยแพร่ผลงานแปลอย่างต่อเนื่องนับถือน้ำใจทีมกลุ่มนี้จนสุดใจเราผู้ตำต้อยด้อยศึกษาผลบุญจงบังเกิดผลดีต่อทุกๆท่านด้วยเทอญ

    ตอบลบ
  8. ประมุขก็ไปตายงัยไม่น่าถาม 555 ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  9. หึหึหึ ถามถูกคนแล้วท่านประมุกข เสร็จโจ๋เหลียงหยูแล้ว

    ตอบลบ
  10. ว่าแล้วว่าจะต้องมีท่าเรียก ฝนอุกาบาศ

    ตอบลบ
  11. ขอบคุณครับผู้แปล รออ่านตอนมันโดนลอบโจมตีไม่ไหวแล้ว ท่าทางจะมัน

    ตอบลบ
  12. ขอบคุณมากๆๆครับทีมงาน \^.^/

    ตอบลบ